วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2560

ซุปเปอร์บอน บัญชาเมฆ เส้นทางสู่การคว้าแชมป์ Kunlun Fight World Max 2016

ซุปเปอร์บอน บัญชาเมฆ เส้นทางสู่การคว้าแชมป์ Kunlun Fight World Max 2016

วันปีใหม่นี้ หลายๆท่านก็เพิ่งกลับจากไปพักผ่อน รับพลังงานเพื่อสู้กันต่อในปีนี้นะครับ แต่ ณ เวลาเดียวกัน ที่ประเทศจีน นักสู้จากประเทศไทยหลายท่านก็ไปแข่งขันในรายการ Kunlun Fight ครั้งที่ 56 ให้ผู้ชมทั่วโลกได้รับชมกันเช่นกัน และ บัวขาว บัญชาเมฆ ยอดนักชกของไทย ก็เอาชนะ เทียนซิน นักมวยดังของจีนไปได้อย่างสะใจแฟนๆ แต่รายการนี้มีเมนท์อีเวนท์ที่แอดมินจะมากล่าวถึง นั่นคือ การแข่งขันชิงแชมป์ Kunlun Fight World Max 2016 รุ่น 70 KG ซึ่งผู้คว้าชัยชนะไปได้ในปีนี้ก็คือ ซุปเปอร์บอน บัญชาเมฆ ยอดนักชกจากค่าย บัญชาเมฆ เช่นเดียวกันนี่เอง ซึ่งในขณะเดียวกันก็มีดราม่าเล็กน้อยจากในแฟนเพจของ บัญชาเมฆยิม ว่านักมวยของไทยนั้นเจอแต่คู่ต่อสู้ที่ไม่เก่ง แอดมินเลยจะมาเปิดเผยเส้นทางการแข่งขันรายการนี้ให้ชมว่า กว่าจะมาคว้าแชมป์ได้ในปีนี้ ซุปเปอร์บอน บัญชาเมฆ ผ่านใครมาบ้าง และ รูปแบบรายการนั้นเป็นอย่างไรนะครับ


 รายการ คุนหลุนไฟต์ นั้นเป็นรายการใหม่ของประเทศจีน จัดตั้งไม่นานครับ อีเวนท์แรกเริ่มที่ พัทยา เมืองไทยเรานี่เอง เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2014 แต่ถึงจะเป็นโปรโมเตอร์หน้าใหม่ แต่ก็ไม่ธรรมดา เพราะสามารถดึงเอานักกีฬาระดับท็อปของโลกมาแข่งขันในรายการได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2014 ได้เริ่มการแข่งขัน World Tournament แบบ 16 คน ซึ่งผู้ชนะก็คือ Dzianis Zuev และ ในปี 2015 ก็ได้ปรับปรุงระบบการแข่งขันเป็น ทัวร์นาเมนต์ 64 คน โดยมีนักชกที่มีชื่อเสียงมากมายเข้าร่วมการแข่งขันด้วย นักชกไทยที่มีชื่ออย่างเช่น ยอดแสนไกล แฟร์แท็กซ์ / เอกประชา มีนะโยธิ / สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง / ซุปเปอร์บอน บัญชาเมฆ เป็นต้น ซึ่ง ซุปเปอร์บอน นั้นก็ได้เข้าแข่งขันในปี 2015 จนสามารถทะลุไปจนถึงรอบรองชนะเลิศ ปะทะกับ สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง ยอดนักชกไทยอีกคน แต่พลาดท่าโดนหมัดขวา ของ สิทธิชัย แพ้น็อคไปในยกที่ 2 ซึ่งสิทธิชัยก็ผ่านไปเจอกับ Enriko Gogokhia และเอาชนะคะแนน คว้าแชมป์ปี 2015 ไปครอง

ในปี 2016 | ซุปเปอร์บอน บัญชาเมฆ กลับมาเข้าร่วมการแข่งขัน Kunlun Fight World Max 201
รุ่น 70 กิโล อีกครั้ง โดยระบบการแข่งขันนั้น ใช้การแข่งแบบ 64 คน ตามแบบนี้ครับ

1.รอบคัดเลือก คัดจากนักชก 64 คน มาต่อยมวย tournament 4 คน ต่อยกันวันเดียว (ต้องชก 2 รอบ) ให้ได้ผู้ชนะ 1 คน ไปบรรจุ ให้ครบ 16 คนสุดท้าย 

2.รอบ 16 คนสุดท้าย ประกบคู่ชก เหลือ 8 คน 

3.รอบ 8 คนสุดท้าย ประกบคู่ ให้เหลือ 4 คน 

4.รอบชิงชนะเลิศ จัดแบบ Tournament 4 คน (ต้องชก 2 รอบ) ผู้ชนะ คือ แชมป์ Kunlun Fight world Max 2016 นักมวยมีชื่อหลายๆท่านที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้มีดังนี้ 

- สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง แชมป์ Glory / แชมป์ Kunlun Fight World Max 2015 
- ดาวิต คีเรีย แชมป์ Glory 
- มารัต (แชมป์ K-1) 
- เอ็นริโก้ เคลห์ (แชมป์ K-1) 
- คายาล ซาดิเยฟ (แชมป์ WBC) 
- อังเดร คูลิบิน 
- จอมทอง ชูวัฒนะ 
- ช้างเผือก อะคาเดมี่ยิม 
- ยูเอฟ แชมป์เก่าคุนหลุน - จาบร้า อัสเคอร๊อฟ (น็อค เอ็นริโก้ เคลห์ มา


เรามาดูเส้นทางการแข่งขันของ ซุปเปอร์บอน บัญชาเมฆ กันครับว่า ต้องผ่านกันใครบ้าง ถึงจะไปจุดสูงสุดของรายการนี้ นั่นคือแชมป์ Kunlun Fight world Max 2016 70 KG ลองฟังสัมภาษณ์ซึ่งบันทึกก่อนแข่งกับ คายาล ซาดิเยฟ




จากนั้นมาเริ่มต้นการแข่งขันในรายการ Kunlun Fight ครั้งที่ 40 เจอกับ Chen Cheng นักมวยจีนในรอบแรก เอาชนะไปได้ด้วยการเตะซ้ายสูงน็อคคาที่ในยกที่ 3




หลังจากผ่านรอบแรกมาได้ ก็ต่อยต่อในวันเดียวกันกับผู้ชนะอีกคน Martin Gano จากประเทศ เชค ซึ่ง ซุปเปอร์บอน ก็จัดหนักให้จนสามารถเอาชนะไปได้ด้วย KO จากเข่า ในยกที่ 2 เท่านั้นเอง ผ่านเข้ารอบคัดเลือกไปสู่รอบ 16 คนสุดท้าย





ในรอบการแข่งขัน 16 คนสุดท้าย นั้นก็เหมือนโชคชะตา ซุปเปอร์บอน ต้องมาเจอกับ Khayal Dzhaniev นักมวยรัสเซีย ผู้ที่เคยเอาชนะคะแนน บัวขาว บัญชาเมฆ (แต่ก็บาดเจ็บหนักจนต่อยต่อไม่ได้) ก็เป็นโอกาสอันดีที่ ซุปเปอร์บอน จะได้ทำการล้างแค้นให้กับ บัวขาว และ ซุปเปอร์บอน ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เตะขวาสูงเข้าเต็มหน้าของ คายาล จนกรรมการจับ KO ไปในยกที่ 2 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้ายได้ในที่สุด



ในรอบ 8 คนสุดท้ายนี้เอง ที่ ซุปเปอร์บอน บัญชาเมฆ ต้องมาปะทะกับฝันร้ายจากปีที่แล้ว สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง ตัวเต็งและแชมป์เก่าจากปี 2015 ผู้เคยยัดเยียดความปราชัยให้กับ ซุปเปอร์บอน ซึ่ง ณ ตอนนั้นได้ถูกจัดให้อยู่อันดับ 1 ในรุ่น 70 กิโลกรัม จากการที่คว้าแชมป์ Glory มาครองได้ (ข้อมูลการจัดอันดับโดย Liverkick.com) และ ซุปเปอร์บอน ในรอบนี้ทำได้เหนือกว่าเอาชนะคะแนน สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง ล้างตาได้สำเร็จ ผ่านเข้ารอบ 4 คนสุดท้ายต่อไป



และในวันที่ 1 มกราคม 2016 การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของ คุนหลุนไฟต์ เวิรด์ แม็กซ์ 2016 ก็มาถึง โดยในวันนี้ ซุปเปอร์บอน ต้องต่อยอีก 2 คน ในวันเดียวเพื่อที่จะคว้าแชมป์ให้ได้ โดยในรอบแรกนั้นเจอกับ Cedric Manhoef ซึง ซุปเปอร์บอน ก็โชว์ความแข็งแกร่งเดินโจมตีออกอาวุธได้อย่างหนักหน่วงจนสามารถชนะคะแนน ผ่านเข้าไปในรอบชิงได้อย่างไม่ยากนัก



ในรอบชิงชนะเลิศนั้น ซุปเปอร์บอน บัญชาเมฆ ก็ได้เจอกับ นักชกมวยไทยมากฝีมืออีก 1 คน นั่นคือ จอมทอง ชูวัฒนะ ซึ่งเอาชนะ Davit Kiria ยอดนักชกแชมป์ Glory เข้ามาตัดเชือกกัน ซึ่งเกมการชกในยกแรกก็เป็นอย่างสนุก ทั้งคู่ออกอาวุธ ตอบโต้ได้ทันกัน ทั้งหมัด ทั้งเท้า จบยกไปอย่างตื่นเต้น | พอขึ้นยกที่ 2 เป็นซุปเปอร์บอน ที่ทำได้ดีกว่า ออกอาวุธหมัดจนสามารถส่ง จอมทอง ลงไปโดนนับ 8 ได้ถึง 2 ครั้ง และ | ในยกที่ 3 นี่เองในช่วงเวลาก่อนหมดยก อาศัยจังหวะที่จอมทองปล่อยหมัดเหวี่ยงน่าหวาดเสียว แต่เป็น ซุปเปอร์บอน ที่จังหวะดีกว่า ปล่อยหมัดขวา เคาท์เตอร์เข้าเต็มหน้า จน จอมทองล้มลงและกรรมการก็ยุติการชก ซุปเปอร์บอน สามารถคว้าแชมป์ครั้งยิ่งใหญ่นี้ได้เป็นที่สำเร็จ และ ส่งผลให้ ซุปเปอร์บอน บัญชาเมฆ กลายเป็นอันดับ 1 ในรุ่น 70 กิโลกรัม ในที่สุด (ข้อมูลการจัดอันดับจาก Liverkick.com)



หลังจากดูการเดินทางเพื่อมาเป็นแชมป์ของ ซุปเปอร์บอน บัญชาเมฆ แล้วก็คิดว่าผู้อ่านคงไม่ตัดสินว่า นักมวยท่านนี้พบแต่ คู่ต่อสู้ที่อ่อนกว่าหรอกนะครับ นักชกแต่ละท่านที่เข้ามาแข่งขันในรายการนี้ต้องผ่านบททดสอบ ผ่านการคัดเลือกเพื่อมาชิงแชมป์กันอย่างดุเดือด ซุปเปอร์บอน นั้นพัฒนาตัวเองขึ้นมามาก ก็ต้องบอกว่าการฝึกซ้อมด้วย วิทยาศาสตร์การกีฬา และ รูปแบบการซ้อมในค่าย บัญชาเมฆ นั้นไม่ธรรมดา เป็นค่ายเพียงไม่กี่ค่ายในเมืองไทยที่มีการจัดการได้ดีแบบนี้ (ลองดูตัวอย่างจากบัวขาวได้ครับ อายุ 34 ปี แล้วยังแข็งแรงได้ขนาดนี้) ผลงานของ ซุปเปอร์บอน นั้นตั้งแต่ปี 2014 ใน 21 ไฟท์หลังชนะมาตลอดพลาดแพ้เพียง สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง เท่านั้นเอง นับว่าเป็นนักมวยที่น่าจับตามากเลยทีเดียวครับ คอยตามเชียร์กันให้ดีๆ ขอบคุณข้อมูลจาก

- Thaimmaclub
- บัญชาเมฆยิม
- Kunlun Fight

วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค แชมป์ ONE FC คนไทยคนแรก

เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค แชมป์ ONE FC 

คนไทยคนแรก

วันที่ 22/5/2558 นี้ ที่ สิงค์โปร มีการจัดการแข่งขัน MMA ระดับอาชีพ ONE FC ซึ่งถือเป็นเวทีการแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียนะครับ นั่นคือ ONE FC 27 – Warrior Quest ซึ่งในรายการนี้มีคู่ชิงแชมป์อยู่ 2 รุ่น นั่นคือ รุ่น Stawweight ระหว่าง เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค (4-0) และ  Roy Doliguez (6-1-0) และ อีก 1 รุ่นคือรุ่น Lightweight ระหว่าง Shinya Aoki vs Koji Aldo ครับ
โดยในรุ่น Stawweight นั้นถือเป็นการชิงเข็มขัดอย่างเป็นทางการครั้งแรกของรุ่นนี้ครับ ครูรงค์ หรือ เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค เป็นอดีตนักมวยไทย ที่เป็นแชมป์เปี้ยนจากเวทีลุมพีนีถึง 3 เส้น และ เดินทางไปฝึกสอนมวยไทยที่ Evolve MMA สิงค์โปร และ ได้ฝึกฝนเพื่อเข้าสู่การแข่งขัน MMA และทำผลงานได้เป็นอย่างดีชนะต่อเนื่องกันมาถึง 4 ครั้ง จนได้มาชิงเข็มขัดในที่สุด และ คู่ต่อสู้คือ Roy Doliguez นักสู้ชาวฟิลิปินส์ ที่มีประสปการณ์การแข่งขัน MMA มามากกว่า ซึ่งตลอดการแข่งขันนั้นก็ต่อสู้กันได้อย่างมันส์ทีเดียว โดยทาง เดชดำรงค์ ทำคะแนนนำได้หลายยก โดยมีจังหวะหยุดพักในจังหวะที่มีการทิ่มตา และ เตะโดนกระจับ บ้าง จนในที่สุด ยก 5 ซึ่งเป็นยกสุดท้าย กรรมการก็ยุติการชก ระหว่างการแข่งขัน ซึ่งทาง Roy Doliguez นั้นมีอาการเหมือนว่าเจ็บตานะครับ แต่ด้วยคะแนนที่นำไปมากแล้ว ก็ทำให้ ครูรงค์ เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค นั้นได้รับการชูมือ เป็นแชมป์รุ่น Stawweight คนไทยคนแรกของ ONE FC ในที่สุดครับ ลองมาชมวีดีโอการแข่งขันตลอดทั้ง 5 ยกได้ที่นี่ครับ
 
และในวันเดียวกันนี้ 
ครูตอง วันชิน ชนนภัทร วิรัชชัย นักสู้ MMA ดาวรุ่งชาวไทย อีกคนนึงก็ขึ้นแข่งขันกับ Amir Khan และ เอาชนะคะแนนไปได้เมื่อการแข่งขันครบ 3 ยก เช่นเดียวกันครับ ต้องถือว่าเป็นวันดีของนักต่อสู้ชาวไทยเลยทีเดียว ที่นักกีฬาทั้ง 2 ท่านทำผลงานได้เป็นอย่างดี แอดมินเชื่อว่า ถ้าหากว่ามีการสนับสนุน ในประเทศไทย เกี่ยวกับกีฬา ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน หรือ MMA อันนี้มากขึ้น จะมีนักกีฬาชาวไทยอีกมาก ที่สามารถไปแข่งขันในระดับเอเชีย หรือ ในระดับโลกได้อย่างแน่นอนครับ
 ขอบคุณข่าวจาก Thaimmaclub.com นะครับ

วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ฮูฒันร่า - ธันบูร่า ดวลอาวุธกับ กลุ่มนักดาบ ที่สวนลุม

ฮูฒันร่า-ธัญบูร่า ประลองอาวุธ 

กับ กลุ่มนักดาบ



เนื่องจากคลิปการประลองอาวุธ ที่กระจายออกไป ทำให้มีคนงงและสงสัยกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคลิปอันนั้น และ มีการแชร์ไปตามแฟนเพจใหญ่ๆ และ มีการแต่งเติมเรื่องราวกันขึ้น ผมเองก็ได้ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น ก็ขออธิบายข้อมูลไว้ให้พอหายสงสัย แล้วกันนะครับ จะได้ไม่กลายเป็นเรื่องที่แต่งเติมเสริมแต่งกันไปใหญ่

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นี่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ เกม – การ์ตูน (ข่าวชอบโทษมั่วกันจริง) การคอสเพลย์ และ สมาคม SCA แต่อย่างใดนะครับ เป็นการนัดประลองกันระหว่าง บุคคล เท่านั้น


เหตุการณ์ก่อนจะเกิดการประลองอาวุธ กับ กลุ่มนักดาบ นั้นเริ่มจาก กลุ่มฮูฒันร่า ซึ่งปัจจุบัน เปลี่ยนชื่อมาเป็น ธัญบูร่า ใครยังไม่ทราบว่าคืออะไรก็ดูลิงค์

ฮูฒันร่า ลัทธิลวงโลก
กับ แฉสำนักลัทธิศิลปะการต่อสู้ลวงโลก ฮูฒันร่า


อันนี้วีดีโอข่าวช่อง 3 รายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ที่เคยนำเสนอเรื่องราวของฮูฒันร่าเมื่อหลายปีที่ผ่านมานะครับ ตอนแรกผมเห็นลงใน youtube แต่โดนลบไป โชคดีเพจ วางเพลิง เซฟเก็บไว้ ก็เลยยังมีให้ดูอยู่ครับ ลองเข้าไปชมได้ที่


รายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ประวัติฮูฒันร่า


โดยตอนนี้ ครูตอง ผู้ปราบฮูฒันร่า ก็ไปได้ไกลแล้วครับ ล่าสุดไปเป็นนักกีฬาแข่ง MMA ระดับเอเชีย ในรายการ ONE FC ดูการแข่งล่าสุดได้ที่ ONESHIN vs DRAGON ONE FC 11


ซึ่งคนที่ชื่อ ธารา และ เน ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มฮูฒันร่า ก็ได้มีการท้าทายนักศิลปะการต่อสู้เกี่ยวกับการที่วิจารณ์ว่าวิชา ฮูฒันร่า และ วิชาดาบ โฮฟาทูร่า ซึ่งมีการใช้การส่งคลื่นพลัง  นั้นไม่น่าจะใช้ได้จริง ซึ่ง เน ก็ไปในงานสัมนาของอาจารย์ท่านนึง และพยายามจะสาธิตวิชาฮูฒันร่า และ โฮฟาทูร่า ซึ่งก็ไม่เกิดผลอะไร ไม่มีการกระเด็นอะไรเหมือนที่ตัวเองทำคลิปทั้งสิ้น ตอนหลังก็เกิดการลามปามท้าทายครูฝึกศิลปะการต่อสู้หลายๆท่าน


จึงทำให้เกิดการนัดดวลในครั้งแรกที่สวนลุ มขึ้นมา และ มีการดวลทั้งมือเปล่า และ อาวุธ ครับ และหลังการประลองโดยในครั้งนั้น เน ก็ได้ทำการกราบเท้าขอขมากับครูฝึกศิลปะการต่อสู้ สำหรับเรื่องราวที่เกิดการท้าทายกันขึ้น

และทางครูฝึกศิลปะการต่อสู้ ก็ไม่อยากติดใจเรื่องอะไรก็ปล่อยไปครับ แต่จากความเห็นส่วนตัวของแอดมิน ก็คิดว่าเป็นการโปรโมทวิชาตัวเอง โดยมาขอประลองกับครูศิลปะการต่อสู้ เพราะแพ้ก็ไม่เสีย ชนะก็ดังครับ

คลิปการประลองอาวุธ ครั้งแรกในสวนลุม

 

แต่ต่อมาทางกลุ่ม ฮูฒันร่า – โฮฟาทูร่า ก็ยังไม่เลิกราที่จะโปรโมทวิชาของตัวเองอีกครั้ง ยังคงตัดต่อวิดีโอโปรโมท และ มายุแหย่ ในกลุ่มผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้ คราวนี้ก็ไปลามปามกับกลุ่มผู้ฝึกดาบไทย และ มีการด่าทอและท้าทายครูดาบหลายๆท่านอีกครั้ง ทางกลุ่มผู้ฝึกดาบไทยก็รับคำท้า และ ตั้งกฏขอประลองแบบไม่ต้องใช้กติกามาก สามารถต่อสู้กันได้ จนกว่าฝั่งนึงจะเกิดอันตราย หรือ ขอยอมแพ้ ก็ถือเป็นการยุติครับ และ ทาง ฮูฒันร่า – โฮฟาทูร่า ก็เลยได้ท้าทายผู้ฝึกอาวุธยุโรป ซึ่งได้ประลองไปในคลิปข้างต้น ให้มาประลองด้วย โดยจะประลองกับทุกคนที่คิดว่า วิชา ฮูฒันร่า – โฮฟาทูร่า นั้นใช้ไม่ได้


วีดีโอที่ เน อัดเพื่อท้าทายกลุ่มนักดาบและครูฝึกศิลปะการต่อสู้



โดย ทางกลุ่มผู้ฝึกดาบไทย และ กลุ่มผู้ฝึกอาวุธยุโรป ก็ได้เตรียมอุปกรณ์โดยตัดแหลม ลบคม ออกเพื่อที่จะสามารถตีได้อย่างเต็มที่และไม่ต้องกังวลเรื่องอันตรายมากนัก เพื่ออย่างน้อยก็เป็นการปราบพยศ กลุ่มฮูฒันร่า แต่วันประลอง ทางกลุ่ม ฮูฒันร่า – โฮฟาทูร่า ได้ นำเอาอาวุธไม้ปลายแหลมมาใช้งาน (ซึ่งทางกลุ่มฮูฒันร่าได้กล่าวว่านี่เป็นอาวุธฝึกซ้อมปกติอยู่แล้ว) ดังที่เห็นในคลิปนั่นแหละครับ ซึ่งทางฝั่งผู้ฝึกอาวุธไทย-ยุโรปก็ไม่ว่าอะไรสำหรับเรื่องนี้ เพราะถือว่าไม่ได้ตั้งกติกาห้ามใช้อาวุธปลายแหลม ขอเพียงเป็นอาวุธไม้ และก็ด้วยเกรียติของผู้ฝึกอาวุธ และ ไม่ได้ต้องการจะทำอันตรายถึงหนักหนา จึงทำการเซฟอาวุธให้ตัดปลายแหลม และ ลบคม ก็ไม่ได้คิดจะใช้เล่ห์ใดๆในการต่อสู้ ก็ลงประลอง (จริงๆถ้าทางกลุ่มนักดาบยุโรปจัดเต็มทั้งชุดเกราะ ทั้งอาวุธ ทางฝั่งฮูฒันร่าคงเละครับ) โดยตกลงกันไว้ว่าจะไม่มีการเอาความอะไร มีการเซ็นยอมความกันไว้ด้วยเช่นกัน แต่ในการสู้ในคลิป ทางกลุ่มลูกศิษย์ก็ไม่ต้องการให้ ครูดาบ ลงประลองกับกลุ่มฮูฒันร่า เพราะไม่อยากให้พวกนี้ มานำเอาไปโปรโมทอีก เลยขอลงแทน ส่วนอันนี้เป็นกฏการดวลครั้งนี้ซึ่งตกลงกันก่อนจะมาเจอกันนะครับ

๑. วันนัดดวลดาบ วันจันทร์ที่ ๑๘ พย. ๒๕๕๖ เวลา ๑๖ : ๐๐ น.

๒. สถานที่ดวลดาบ พื้นที่ภายในสวนลุมพิณีฯ โดย เน โฮฟาทูร่า จะชี้จุด ดวลดาบ และถ่ายภาพมาแสดงในภายหลัง.

๓. กฎที่ใช้ดวลดาบ ซึ่งไม่สามรถเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมได้ มีดังนี้
๓.๑ กฎนักเลง ตัวต่อตัว หรือ หมู่ต่อหมู่
๓.๒ เป็นตายไม่เอาความ
๓.๓ ยกมือยอม ร้องว่ายอม ต้องยุติการดวล
๓.๔ อาวุธที่ใช้ อยู่ที่ความถนัดของคู่ดวล ทุกฝ่าย ตามถนัด แต่ต้องทำจากไม้ ชนิดต่างๆ เท่านั้น

๔. สิทธิเสมอภาค และจริยธรรมของการดวลดาบ
๔.๑ คู่ดวลดาบ ต้องถือเกียรติของนักดาบ คุณธรรมนักเลง ไม่ใช่อันธพาลหัวไม้ การจู่โจมต่อสู้ทำร้ายคู่ดวล จะต้องคำนึงถึงการต่อสู้ทำร้ายในจุดที่ไม่เป็นอัตรายอย่างร้ายแรงต่อคู่ดวล
๔.๒ สตรีที่เป็นนักดาบมีสิทธิเสมอภาคเยี่ยงบุรุษนักดาบ ทุกประการ
๔.๓ ผู้เข้าร่วมการดวลดาบ จะต้องลงลายมือชื่อ เป็นหลักฐาน ในวันเวลา ณ.สถานที่ดวลดาบ
ก็ตามที่เห็นครับ ว่าใครทำตามกฏใครไม่ทำตามกฏ ข้ออื่นๆก็เป็นเรื่องของลำดับคู่ที่จะประลองครับ ซึ่งก็คงยาวเกินไป


โดยเมื่อประลองไป 4 คู่ ทางฝั่ง ฮูฒันร่า – โฮฟาทูร่า ซึ่งนำพ่อแม่มาด้วย ก็หนีกลับโดยไม่ขอประลองต่ออีก โดยในคลิปที่เห็นชาย-หญิง ที่ตะโกนห้าม และมาคุยตอนสุดท้ายนั่นคือ พ่อ-แม่ของฝั่ง ฮูฒันร่า – โฮฟาทูร่า ครับ ก็เลยกลายเป็นหนีกลับโดยไม่เคลียร์ปัญหาใดๆทั้งสิ้นครับ และ ก็มีการตัดต่อวีดีโอทำการโปรโมทอีกเช่นเคยครับ
ทางกลุ่มฮูฒันร่า - โฮฟาทูร่า ได้แจ้งมาว่าผมลงข้อมูลด้านเดียว ซึ่งไม่เกิดความยุติธรรม ผมจึงนำเอาข้อความ ที่ทาง เน และ อิงผา อธิบาย ถึงเหตุการณ์ครั้งนี้มาให้อ่านครับ ก็อ่านแล้ววิเคราะห์กันเองนะครับ
อันนี้เป็น คลิปตอนที่ กลุ่มนักดาบ คุยกันครับ และ ทางกลุ่มนักดาบก็ตกลงว่าจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มฮูฒันร่านี้ เพราะไม่ต้องการให้เอามาใช้เป็นการโปรโมท วิชาฮูฒันร่า อีกครับ

http://www.youtube.com/watch?v=-kyeiUHHOU4
http://www.youtube.com/watch?v=c2oeErlAgAY
http://www.youtube.com/watch?v=G3rILbArvoQ

ก็หวัง ว่าคำอธิบายในเรื่องราวต่างๆอันนี้ ก็คงช่วยให้ท่านหายสงสัยไปบ้างนะครับ จะได้ไม่ต้องไปแต่งเติมหรือฟังข้อมูลผิดๆจากที่ใดอีกนะครับ

ถ้าเห็นว่าเป็นประโยชน์ ก็ช่วยเผยแพร่เรื่องราวด้วยนะครับ

นำบทความมาจากเวป Thaimmaclub.com นะครับ